คำว่า e-Learning คือ การเรียน การสอนในลักษณะ หรือรูปแบบใดก็ได้ ซึ่งการถ่ายทอดเนื้อหานั้น กระทำผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ซีดีรอม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ต หรือ ทางสัญญาณโทรทัศน์ หรือ สัญญาณดาวเทียม (Satellite) ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งการเรียนลักษณะนี้ได้มีการนำเข้าสู่ตลาดเมืองไทยในระยะหนึ่งแล้ว เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยซีดีรอม, การเรียนการสอนบนเว็บ (Web-Based Learning), การเรียนออนไลน์ (On-line Learning) การเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ การเรียนด้วยวีดีโอผ่านออนไลน์ เป็นต้น
ตัวอย่างบทเรียนอีเลิร์นนิ่งสำหรับเด็ก

บทเรียนอีเลิร์นนิ่ง(e-learning courseware) จะมีรูปแบบอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ทำบทเรียนและเทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนาบทเรียน
หากผู้ทำบทเรียนคือคุณครู อาจารย์ ส่วนใหญ่เนื้อหาจะอยู่ในรูปของแฟ้มเอกสาร(Microsoft Word) หรือ Microsoft Powerpoint เสียเป็นส่วนใหญ่
หากผู้ทำบทเรียนคือนักโสตทัศนศึกษา นักสารนิเทศ ส่วนใหญ่เนื้อหาจะอยู่ในรูปของสื่อวีดีทัศน์ ภาพ เสียง สิ่งพิมพ์ เสียเป็นส่วนใหญ่
ในการนำเนื้อหาต่างๆ ที่เป็นไฟล์ในรูปแบบ(format) ต่างๆ เช่น ไฟล์ .doc, .ppt, .pdf, .avi, .wav ฯลฯ มาทำเป็นบทเรียนอีเลิร์นนิ่ง ก็จะมีขั้นตอนและกระบวนการจัดทำที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวโปรแกรมหรือนวัตกรรมที่จะใช้ในการสร้างบทเรียนอีเลิร์นนิ่ง ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกใช้อย่างมากมาย อาทิเช่น
1. โปรแกรม Adobe Captivate 3
2. โปรแกรม Adobe Flash CS3 Professional
3. โปรแกรม Macromedia Authorware 7
4. โปรแกรม Adobe Dreamweaver CS3
5. โปรแกรม ToolBook Instructor 9
6. โปรแกรม Metadata and Content Packaging Editor (RELOAD SCORM EDITOR)
7. โปรแกรม Learning Design Editor
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.adobe.com/ , http://www.toolbook.com/ , http://www.reload.ac.uk/
สิ่งที่ท้าทายนักพัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิ่ง คงไม่ใช่วิธีการใช้โปรแกรมต่างๆข้างต้นนี้ เพราะสามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก และปัจจุบันก็มีหนังสือเกี่ยวกับการทำบทเรียนอีเลิร์นนิ่ง รวมถึงหลักสูตรฝึกอบรมทางด้านนี้จำนวนมาก
แต่สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะท้าทายนักพัฒนา นั่นก็คือการทำบทเรียนให้สำเร็จและสามารถนำไปใช้งานได้จริงมากกว่า เพราะการจะทำบทเรียนอีเลิร์นนิ่งขึ้นมาสักรายวิชานึง จะต้องใช้ความอดทนพยายามอย่างมาก ปรับปรุงแล้วปรับปรุงอีก กว่าจะออกมาเป็นที่พอใจของทั้งคนพัฒนา และคนใช้งาน
เมื่อเข้ามาที่เว็บไซต์ http://www.e-learningforkids.org/ แล้ว ให้คลิ้กที่ for kids ดังรูป

จากนั้นก็จะเข้ามาสู้หน้า for kids แล้ว

ก็จะพบเมนูวิชาต่างๆให้เลือก ในที่นี่ได้เลือกวิชา computer skills

เมื่อคลิ้กที่วิชา computer skills ก็จะมีหัวข้อของเนื้อหาปรากฏขึ้นมา คือ Keyboarding Skills(Age 5-12) ก็ให้คลิ้กเลือก

จะปรากฏหน้าต่างใหม่ขึ้นมา ให้คลิ้กเลือกที่ไอคอน e-learning for kids

บทเรียนก็จะปรากฏขึ้นมาแบบ fullscreen และเริ่มต้นด้วยการ์ตูนที่ชักพาเข้าสู่บทเรียน

หน้าบทเรียน

บทความโดย วศิน ภิรมย์
อาจารย์ทางด้านเกมส์ มัลติมีเดีย และอีเลิร์นนิ่ง
เว็บไซต์ http://www.gamedevx.com/ , http://www.thaimoodle.org/
ประวัติโดยละเอียด http://www.gamedevx.com/moodle/mod/resource/view.php?id=157

นวัตกรรมการเรียนการสอน เป็นการใช้วิธีระบบในการปรับปรุงและคิดค้นพัฒนาวิธีสอนแบบใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองการเรียนรายบุคคล การสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนแบบมีส่วนร่วม การเรียนรู้แบบ แก้ปัญหาการพัฒนาวิธีสอนจำเป็นต้องอาศัยวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาจัดการและสนับสนุนการเรียนการสอน ตัวอย่าง นวัตกรรมที่ใช้ในการเรียนการสอน ได้แก่
- การสอนแบบโมดุล (Module Teaching)
- การสอนแบบจุลภาค (Micro Teaching)
- การสอนแบบกลุ่มสัมพันธ์(Group Process Teaching)
- การสอนซ่อมเสริม (Remidial Teaching)
- การสอนโดยเพื่อน สอนเพื่อน (Peers Teaching)
- การสอนแบบพี่สอนน้อง (Monitoring) และการปรับพฤติกรรม (Behavioral Modification)
- การสอนเป็นรายบุคคล(Individualized Instruction)
- การเรียนแบบรู้รอบ(Mastery Learning)
- การเรียนแบบศูนย์การเรียน (Learning Center)
- การสอนแบบบูรณาการ(Integrative Techniques)
- การสอน แบบสืบสวนสอบสวน (Inquiry Method)
- การสอนแบบโครงการ อาร์ ไอ ที(Reduced Instructional Time)
- การสอนโดยใช้ชุดการเรียนการสอน (Instructional Package)
- การสร้างบทเรียนให้เรียนด้วยตนเอง (Personalized System Instruction)
- การสอนโดยให้ทางบ้านดูแลการฝึกปฏิบัติ (Home Training)
- ชุดการสอนย่อย (Minicourse)
- การเรียนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
- การสอนแบบโมดุล (Module Teaching)
- การสอนแบบจุลภาค (Micro Teaching)
- การสอนแบบกลุ่มสัมพันธ์(Group Process Teaching)
- การสอนซ่อมเสริม (Remidial Teaching)
- การสอนโดยเพื่อน สอนเพื่อน (Peers Teaching)
- การสอนแบบพี่สอนน้อง (Monitoring) และการปรับพฤติกรรม (Behavioral Modification)
- การสอนเป็นรายบุคคล(Individualized Instruction)
- การเรียนแบบรู้รอบ(Mastery Learning)
- การเรียนแบบศูนย์การเรียน (Learning Center)
- การสอนแบบบูรณาการ(Integrative Techniques)
- การสอน แบบสืบสวนสอบสวน (Inquiry Method)
- การสอนแบบโครงการ อาร์ ไอ ที(Reduced Instructional Time)
- การสอนโดยใช้ชุดการเรียนการสอน (Instructional Package)
- การสร้างบทเรียนให้เรียนด้วยตนเอง (Personalized System Instruction)
- การสอนโดยให้ทางบ้านดูแลการฝึกปฏิบัติ (Home Training)
- ชุดการสอนย่อย (Minicourse)
- การเรียนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
ตัวอย่าง

